ไชน่า แมชชีน

การทำงานรถขุด กำหนดโดยแรงของฟันขุด และขนาดของบุ้งกี้
การทำงานรถขุด กำหนดโดยแรงของฟันขุด และขนาดของบุ้งกี้

สมรรถนะรถขุดแบบตักเข้าหาตัว (Excavator)

สมรรถนะการทำงานของรถขุด แบบตักเข้าหาตัวรถจะถูกกำหนดโดยขอบเขตของการทำงาน (Working Range) แรงของฟันขุด (Footh Force) และขนาดของบุ้งกี๋ (Bucket Size)

การทำงานของรถขุด

ขอบเขตการทำงานรถขุดที่แสดงตามรูป มีรายละเอียดคือ

1. ระยะไกลสุดในแนวระดับ (Maximum Reach) คือ ระยะที่วัดจากแกนหมุนไปยังปลายฟันของบุ้งกี๋เมื่อยื่นแขนออกไปไกลสุดในแนวระดับ
2. ระยะลึกสุดในการขุด (Maximum Depth) คือ ระยะที่วัดจากพื้นระดับในแนวดิ่งไปยังปลายฟันของบุ้งกี๋เมื่อยื่นแขนอยู่ที่ตำแหน่งต่ำสุด
3. ระยะยกสูงสุด (Maximum Height) คือ ระยะที่วัดจากพื้นระดับในแนวดิ่งไปยังส่วนบนสุดของอุปกรณ์ขุดเมื่อแขนอยู่ที่ตำแหน่งสูงสุด
4. บริเวณการขุด (Digging Range) คือ บริเวณที่ต่ำลงจากพื้นระดับที่ฟันของบุ้งกี๋สามารถไปถึง ซึ่งแสดงโดนเส้นขอบเขตที่ฟันของบุ้งกี๋ไปถึงเมื่อยึดแขนออกไปมากที่สุดในแต่ละตำแหน่ง
5.บริเวณการขุดในแนวระดับ (Level Clean Up Area) คือ บริเวณที่ต่ำลงจากพื้นระดับที่บุ้งกี๋สามารถขุดพื้นของหลุมให้อยู่ในแนวระดับโดยไม่ต้องเลื่อนตัวรถ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับระดับความลึกที่จะขุด บริเวณการขุดในแนวระดับ (**ที่แรงเงาตามรูป)

สมรรถนะรถขุดแบบตักเข้าหาตัว Read More »

รถตักล้อยาง ใช้สำหรับตักหิน ดิน ทราย ตามปริมาณที่ต้องการ
รถตักล้อยาง ใช้สำหรับตักหิน ดิน ทราย ตามปริมาณที่ต้องการ

การเลือกใช้งานรถตักล้อยาง

การใช้งานรถตักล้อยาง การเลือกชนิดขนาดและจำนวนรถตักที่จะสามารถตักหินหรือหินให้ได้ตามปริมาณที่ต้องการในทางปฏิบัติพบว่ารถตักขนาดใหญ่น้อยคันทำงานได้ดีกว่ารถตักขนาดเล็กหลายคันและงานขุดตัก ถ้าใช้รถตักจำนวนมากเกินไปค่าใช้จ่ายในการตักสูงแต่ถ้าใช้จำนวนน้อยจะทำให้เกิดการรอคอยหรือคอขวด (Bottom neck) ที่งานตัก ทำให้ค่าใช้จ่ายในการตักสูงขึ้น เช่นกัน

ชนิดของดิน (Soil Types) ที่นำมาบดอัด

ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกขนาดและชนิดของรถตัก ได้แก่

1. การเลือกชนิดรถตักและขนาดของบุ้งกี๋รถตักนั้นจะต้องสัมพันธ์กับขนาดปากโม่ที่รับหินได้ เนื่องจากจะทำให้หินขนาดใหญ่เกินไปไม่ติดค้างที่ปากโม่
2. ขนาดของบุ้งกี๋รถตักจะต้องสัมพันธ์กับขนาดของรถบรรทุกจำนวนครั้งของการตักจะต้องพอดีกับความสามารถของรถที่บรรทุกได้
3. ความสูงในการตักจะต้องเหมาะสม
4. ความคล่องตัวและความปลอดภัยในการทำงาน
5. ความสามารถในการขจัดสิ่งกีดขวาง
6. เงินลงทุนและค่าใช้จ่ายในการตักพร้อมทั้งค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

ความสามารถในการทำงานรถตักล้อยาง (Wheel Loader)

รถตักขนาด 120 แรงม้า สามารถดันและตักดิน หิน และ ทรายได้ 560 ลบ.ม.ต่อวัน

การเลือกใช้งานรถตักล้อยาง Read More »

รถบด หรือรถคอมแพคเตอร์ (Compactors)
รถบด หรือรถคอมแพคเตอร์ (Compactors)

ประเภทของรถบด รถบดถนน รถบดยางมะตอย (ASPHALT ROLLER)

รถเครื่องจักร ประเภทรถบด (รถบดยางมะตอย) หรือรถคอมแพคเตอร์ (Compactors) ในงานก่อสร้างที่มีการนำวัสดุมาถมเพื่อทำเป็นคัดหรือถมที่ต่ำให้สูงขึ้นหรือทำเป็นฐานของถนน จำเป็นที่จะต้องมีการบดอัด ทั้งนี้เพื่อให้วัสดุที่นำมาถมนี้สามารถรับแรงได้โดยไม่มีการทรุดตัว ในข้อเท็จจริง ขณะที่เครื่องจักรกลต่างๆ ทำงานถมวัสดุดังกล่าวในการดัน การเกลี่ย และการปรับแต่ง เครื่องจักรกลก็จะทำการบดอัดไปด้วยอยู่แล้ว แต่ยังไม่เป็นการเพียงพอ จำเป็นที่จะต้องมีการบดอัดเพิ่มเติมโดยเครื่องบดอัดเพื่อให้ได้ความแน่นตามต้องการ การบดอัดสามารถทำได้หลายลักษณะโดยเครื่องบดอัดประเภทต่างๆ ซึ่งการเลือกใช้รถบดอัดนั้นจะขึ้นอยู่กับ ชนิด ประเภท และคุณสมบัติของวัสดุที่จะทำการบดอัด

ชนิดของดิน (Soil Types) ที่นำมาบดอัด

วัสดุที่จะทำการบดอัดจะเป็นวัสดุที่เรียกรวมๆ กันว่าดิน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 5 ชนิด ตามขนาดและสมบัติคือ

1. กรวด (Gravel) กรวดก็คือหินที่มีขนาดเล็ก โดยปกติหินที่เรียกว่ากรวดนั้นจะมีขนาด ตั้งแต่ 2 – 75 มิลลิเมตร
2. ทราย (Sand) ทรายก็คือกรวดขนาดเล็กที่มีขนาดตั้งแต่ 2 – 0.074 มิลลิเมตร ทราย จะมีคุณสมบัตที่แต่ละเม็ดของทรายจะไม่มีการยึดตัวติดกัน และความแข็งของเม็ดทรายจะไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเปียก
3. ทรายละเอียด (Silt) ทรายละเอียดก็คือทรายที่ถูกป่นจนมีขนาดเล็กคล้ายแป้ง ขนาดของทรายละเอียดจะมีขนาดตั้งแต่ 0.074 มิลลิเมตรลงไป
4. ดินเหนียว (Clay) จะเป็นดินที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งจะประกอบด้วยสารที่ยึดเหนี่ยวกันไว้ จนทำให้โคลนมีคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นได้ เมื่อแห้งจะแข็งมาก
5. อินทรีย์สาร (Organic Matter) ได้แก่พวกสารที่มีชีวิตต่างๆ ที่ปนอยู่ในดิน เช่น พวกพืช เป็นต้น อินทรีย์สารเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงและจะทำให้เกิดช่องว่างในดิน

รถบดล้อยาง (Rubber Tire Roller Compactor)

รถบดล้อยาง
รถบดถนนแบบล้อยางส่วนใหญ่ประกอบด้วยล้อยางบดคู่หน้าหลังและล้อยางบดระบบไฮดรอลิค เนื่องจากอุปกรณ์เกียร์ที่ใช้ รถบดถนนล้อยางบดคู่หน้าหลังเป็นอุปกรณ์ที่มีคุณภาพในการอัดสูงสำหรับงานที่ ต้องการคุณภาพสูงเช่นทางหลวง, สนามบิน, สร้างถนนและฐานโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการอัดพื้นยางมะตอยขั้นสุดท้ายบนทางหลวง เครื่องยนต์ Cummins ที่ใช้ทำให้รถบดนี้มีพลังงานที่สูง รถบดถนนล้อยางบดแบบระบบไฮดรอลิคติดตั้งเครื่องยนต์ของ Cummins ระบบขับเคลื่อนไฮดรอลิคแบบเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องเหยียบ, ยางหน้า 5 เส้น และหลัง 6 เส้น เหมาะกับงานที่ต้องการคุณภาพสูง เช่นทางหลวง, สนามบิน, สร้างถนนและฐานโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะการอัดพื้นยางมะตอยขั้นสุดท้ายบนทางหลวง

ความสามารถในการทำงานของรถบดล้อยาง (Rubber Tire Roller compactor)

1. งานลูกรังบดอัดทับแน่น สามารถทำงานได้ 600 ลบ.ม.ต่อวัน
2. งานบดอัดทับแน่นหินคลุก สามารถทำงานได้ 290 ลบ.ม.ต่อวัน
3. งานบดอัดทับแน่น 85% (งานทั่วไป) สามารถทำงานได้ 660 ลบ.ม.ต่อวัน
4. งานบดอัดทับแน่น 95% (งานทั่วไป) สามารถทำงานได้ 600 ลบ.ม.ต่อวัน
5. งานบดอัดทับแน่น 95% (งานเขื่อน) สามารถทำงานได้ 640 ลบ.ม.ต่อวัน
6. งานบดอัดทับแน่น 98% (งานเขื่อน) สามารถทำงานได้ 575 ลบ.ม.ต่อวัน

รถบดล้อหนามแบบสั่นสะเทือน (Steel Wheel Rollers)

รถบดล้อหนามแบบสั่นสะเทือน (Steel Wheel Rollers)
เป็นทั้งเครื่องกลและไฮดรอลิคขึ้นอยู่กับระบบขับเคลื่อน เครื่องจักรประเภทนี้เหมาะสำหรับกองวัสดุที่ไม่ยึดติดกันเช่น ดินลูกรัง, ก้อนกรวด, หินปนทราย, ดินทราย, หินก้อนเล็กและอื่นๆ พร้อมกับแรงหนี ศูนย์กลางบนฐาน, ชั้นรองฐาน, การสร้างเขื่อน, ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะที่สุดกับการสร้างที่ต้องการคุณภาพสูงเช่น ทางด่วน, สนามบิน, ท่าเรือ, เขื่อนและฐานของโรงงานอุตสาหกรรม และยังมีรถบดถนนล้อเหล็กหน้าที่เหมาะกับการใช้งานบนความสูงมากกว่า4,000เมตร อีกด้วยขึ้นอยู่กับดีไซน์และความต้องการรถบดถนนล้อเหล็กหน้านี้มีห้องขับที่ปิดมิดชิดและแข็งแรงเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีเครื่องวัดความหนาแน่นแบบดิจิตอลเพื่อการันตีคุณภาพอีกด้วย

ความสามารถในการทำงานรถบดล้อหนามแบบสั่นสะเทือน (Steel Wheel Rollers)

1. งานลูกรังบดอัดทับแน่น สามารถทำงานได้ 600 ลบ.ม.ต่อวัน
2. งานบดอัดทับแน่นหินคลุก สามารถทำงานได้ 290 ลบ.ม.ต่อวัน
3. งานบดอัดทับแน่น 85% (งานทั่วไป) สามารถทำงานได้ 660 ลบ.ม.ต่อวัน
4. งานบดอัดทับแน่น 95% (งานทั่วไป) สามารถทำงานได้ 600 ลบ.ม.ต่อวัน

รถบดล้อเหล็กเรียบแบบสั่นสะเทือน (Steel Wheel Rollers)

รถบดล้อหนามแบบสั่นสะเทือน (Steel Wheel Rollers)
เป็นทั้งเครื่องกลและไฮดรอลิคขึ้นอยู่กับระบบขับเคลื่อน เครื่องจักรประเภทนี้เหมาะสำหรับกองวัสดุที่ไม่ยึดติดกันเช่น ดินลูกรัง, ก้อนกรวด, หินปนทราย, ดินทราย, หินก้อนเล็กและอื่นๆ พร้อมกับแรงหนีศูนย์กลางบนฐาน, ชั้นรองฐาน, การสร้างเขื่อน, ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะที่สุดกับการสร้างที่ต้องการคุณภาพสูงเช่น ทางด่วน, สนามบิน, ท่าเรือ, เขื่อนและฐานของโรงงานอุตสาหกรรม และยังมีรถบดถนนล้อเหล็กหน้าที่เหมาะกับการใช้งานบนความสูงมากกว่า4,000เมตร อีกด้วยขึ้นอยู่กับดีไซน์และความต้องการ

ความสามารถรถบดล้อเหล็กเรียบแบบสั่นสะเทือน (Steel Wheel Rollers)

1. งานลูกรังบดอัดทับแน่น สามารถทำงานได้ 600 ลบ.ม.ต่อวัน
2. งานบดอัดทับแน่นหินคลุก สามารถทำงานได้ 290 ลบ.ม.ต่อวัน
3. งานบดอัดทับแน่น 85% (งานทั่วไป) สามารถทำงานได้ 660 ลบ.ม.ต่อวัน
4. งานบดอัดทับแน่น 95% (งานทั่วไป) สามารถทำงานได้ 600 ลบ.ม.ต่อวัน

รถบดล้อหนามขนาดใหญ่ (Sheepsfoot Rollers)

รถบดล้อหนามขนาดใหญ่ (Sheepsfoot Rollers)
การบดอัดดินเป็นกระบวนการอย่างหนึ่งที่จะเพิ่มความหนาแน่นหรือความต้านทานของดินขึ้น โดยพยายามไม่ให้มีช่องว่างของอากาศแทรกอยู่ และขับไล่น้ำให้ออกไปจากช่องว่างเหล่านั้น เพื่อให้พื้นดินเกิดความมั่นคงสามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้น เหมาะสำหรับดินประเภททรายที่มีลักษณะคละกันของตะกอนกรวดและดินเหนียว ไม่เหมาะกับพื้นที่เป็นทรายหรือดินเหนียวที่อ่อนนุ่ม

ประเภทของรถบดถนน Read More »

รถเกรด เกลี่ยดิน ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง
รถเกรด เกลี่ยดิน ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง

การทำงานของรถเกรด รถเกลี่ยดิน (Motor Grader)

การทำงานของรถเกรด รถเกลี่ยดิน เป็นเครื่องจักรกลอีกประเภทหนึ่งของเครื่องจักรกลงานดิน ซึ่งจะใช้ในงานขุด เกลี่ยและตบแต่งผิว สำหรับงานสร้างถนนหรืองานปรับระดับพื้น รถเกลี่ยจะเป็นเครื่องจักรกลล้อยางแบบขับเคลื่อนด้วยตัวเอง มีทั้งแบบ 4 ล้อ ขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ แบบ 6 ล้อ ขับเคลื่อน 2 ล้อ, 4 ล้อ และ 6 ล้อ ขนาดของตัวรถซึ่งนิยมกำหนดด้วยขนาดของเครื่องยนต์มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 50 แรงม้าจนถึง 350 แรงม้า

ลักษณะของงานที่รถเกลี่ยดินสามารถทำได้นั้น มีหลายลักษณะงานด้วยกัน แต่ที่สำคัญๆ นั้นได้แก่

1. การกระจายกองวัสดุ (Spreading a Pile)

สามารถทำได้โดยการเลื่อนใบมีดออกด้านข้าง แล้วเข้าไปดันให้กองวัสดุกระจายออกทีละน้อย ซึ่งล้อของรถเกลี่ยจะไม่ปีนกองวัสดุ และในขณะที่ดันกองวัสดุออกก็ค่อยๆ ยกใบมีดขึ้นเพื่อจะเกลี่ยวัสดุด้านหน้าของใบมีดให้กระจายออก
การกระจายกองวัสดุ (Spreading a Pile)

2. การปรับระดับพื้นที่ขรุขระ

การปรับระดับพื้นที่ขรุขระ เช่น การซ่อมถนนลูกรังหรือถนนดินประเภทอื่น การปรับระดับสามารถกระทำได้ โดยการขูดผิวพื้นเดิมที่ขรุขระออก ซึ่งในการขูดนั้นใบมีดของรถเกลี่ยจะลดลงและเอียงให้วัสดุที่ถูกขูดออกไหลไปกองไว้ด้านข้าง หลังจากนั้นก็จะเกลี่ยกองวัสดุมายัง บริเวณที่ถูกขูดออกอีกและปรับให้ได้ระดับ

การปรับระดับของพื้น (Leveling The Floor)

การปรับระดับของพื้น (Leveling The Floor)

3. การตัดร่องน้ำ (Cutting Gutter)

โดยทั่วไปแล้วในการสร้างถนน ขอบของถนนจะตัดเป็นร่องน้ำ ซึ่งรถเกลี่ยจะทำการตัดร่องน้ำโดยการกดใบมีดด้านที่จะตัดลง และยกใบมีดอกด้านหนึ่งขึ้นพร้อมกับเสียงใบมีดเพื่อให้วัสดุที่ถูกตัดออกมากองด้านข้าง การตัดนี้จะค่อยๆ ทำหลายๆ ครั้งจนได้ความลึกและความกว้างตามต้องการ ซึ่งการตัดอาจกระทำสลับกับการเกลี่ยกองวัสดุที่ถูกตัดออกขึ้นมาบนพื้นถนน

การตัดร่องน้ำ

การตัดร่องน้ำ (Trench Cutting)

กิจกรรมการทำงานรถเกรด รถเกลี่ยดิน

งานถางป่า

งานถางป่าของรถเกรด
กิจกรรมถากถาง (ป่าโปร่ง) ใช้รถปาดเกลี่ยดินขนาด 150 แรงม้า
สามารถทำงานได้ 8 ไร่/วัน

งานพื้นทางหินคลุก

งานพื้นทางหินคลุกของรถเกรด
รถปาดเกลี่ยดินขนาด 120 แรงม้า
สามารถทำงานได้ 290 ลบ.ม/วัน

รถมอเตอร์เกรดขนาด 120 แรงม้า สามารถทำงานได้

1. งานถางป่าล้มต้นไม้ สามารถทำได้ 3.50 ไร่ ต่อวัน
2. งานลูกรังบดอัดแน่น สามารถทำได้ 600 ลบ.ม. ต่อวัน
3. งานผสมหินคลุก สามารถทำได้ 290 ลบ.ม. ต่อวัน
4. งานบดอัดแน่น 85% (งานทั่วไป) สามารถทำได้ 660 ลบ.ม.ต่อวัน
5. งานบดอัดแน่น 95% (งานทั่วไป) สามารถทำได้ 600 ลบ.ม.ต่อวัน
6. งานบดอัดแน่น 95% (งานเขื่อน) สามารถทำได้ 640 ลบ.ม.ต่อวัน
7. งานบดอัดแน่น 98% (งานเขื่อน) สามารถทำได้ 575 ลบ.ม.ต่อวัน

การทำงานของรถเกรด Read More »

การทำงานระบบไฮดรอลิกของรถขุด รถแบคโฮ รถแม็คโคร
การทำงานระบบไฮดรอลิกของรถขุด รถแบคโฮ รถแม็คโคร

การทำงานของรถขุดแบบตักเข้าหาตัวรถ

ลักษณะการทำงานรถขุด หน้าที่รถขุดดิน แบบตักเข้าหาตัวรถในปัจจุบันจะเป็นแบบที่ทำงานโดยระบบไฮดรอลิกล้วน ทั้งการขับเคลื่อน การหมุนส่วนบน และการทำงานอุปกรณ์ขุดตัก จึงนิยมเรียกว่า Hydraulic Excavator ซึ่งจะมีทั้งแบบล้อยางที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองและแบบตีนตะขาบ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบตีนตะขาบ เพราะสามารถทำงานได้ดีในที่ลุ่มและมีการทรงตัวที่ดีในขณะทำการขุด สำหรับอุปกรณ์ที่สำคัญของรถขุดแบบตักเข้าหาตัวรถ

ส่วนประกอบรถขุด
ส่วนประกอบของรถขุดแบบตักเข้าหาตัวรถ

ระบบไฮดรอลิกของรถขุด แบบเข้าหาตัวรถ

ระบบไฮดรอลิกของรถขุด ตักเข้าหาตัวรถนับว่าเป็นระบบที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นระบบที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของตัวรถและอุปกรณ์เกือบทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยปั๊มแบบเกียร์ 3 ตัว ปั๊มตัวที่หนึ่งจะส่งน้ำมันไปยังชุดวาล์วควบคุมด้านขวา โดยจะควบคุมการทำงานของกระบอกไฮดรอลิกยกแขนยก (Boom Cylinder) กระบอกไฮดรอลิกของบุ้งกี๋ (Bucket Or Dipper Cylinder) และมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อเฟืองตัวขวา ปั๊มตัวที่สองจะส่งน้ำมันไปยังชุดวาล์วควบคุมด้านซ้าย โดยจะควบคุมการทำงานของกระบอกไฮดรอลิกยกแขน มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อเฟืองตัวซ้าย กระบอกไฮดรอลิกของแขนต่อ (Dipper Arm Cylinder) และมอเตอร์สำหรับหมุนส่วนบนของตัวรถ (Swing Motor) ส่วนปั๊มตัวที่สามจะส่งน้ำมันไปยังเบรก
ระบบไฮดรอลิกรถขุด
ผังของระบบไฮดรอลิกของรถขุดแบบตักเข้าหาตัวรถ

การทำงานระบบไฮดรอลิกรถขุด Read More »

รถขุดดิน รถแบ็คโฮ รถแม็คโคร มีอยู่หลายแบบ
รถขุดดิน รถแบ็คโฮ รถแม็คโคร มีอยู่หลายแบบ

โครงสร้างรถขุด หรือรถแบคโฮ หรือรถแม็คโคร

ส่วนประกอบรถขุด หรือรถแบคโฮ หรือรถแม็คโคร ซึ่งรถขุดเป็นเครื่องจักรกลสำหรับงานก่อสร้างอีกประเภทหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายวัสดุซึ่งสามารถจะทำการขุดและตักแล้วเคลื่อนย้ายไปเท โดยทั่วไปจะมีแขนยื่นบุ้งกี๋หรือที่จับออกไปขุดและตัก และจะหมุนส่วนบนของตัวรถไปยังตำแหน่งที่ต้องการ แล้วก็จะเทวัสดุุออกจากบุ้งกี๋หรือที่จับ ส่วนด้านล่างของตัวรถที่สัมผัสกับพื้นจะไม่เคลื่อนย้ายสำหรับการทำงานแต่ละวงจร

รถขุด รถแบคโฮ รถแม็คโคร (Excavator) นี้นิยมแบ่งเป็นแบบต่างๆ ตามลักษณะของการขุดโดยแบ่งออกเป็น

  • รถขุดแบบตักเข้าหาตัวรถหรือตักตามลักษณะการทำงานของจอบ (Hoe)
  • รถขุดแบบตักออกจากตัวรถหรือตักตามลักษณะการทำงานของพลั่ว (Shovel)
  • รถขุดแบบคีบ (Clamshell)
  • รถขุดแบบลากดึง (Dragline)
รถขุดแบบตักเข้าหาตัวรถหรือตักตามลักษณะการทำงานของจอบ
รถขุดแบบตักเข้าหาตัวรถหรือตักตามลักษณะการทำงานของจอบ
(Hoe)
รถขุดแบบตักออกจากตัวรถหรือตักตามลักษณะการทำงานของพลั่ว
รถขุดแบบตักออกจากตัวรถหรือตักตามลักษณะการทำงานของพลั่ว
(Shovel)
รถขุดแบบคีบ
รถขุดแบบคีบ
(Clamshell)
รถขุดแบบลากดึง
รถขุดแบบลากดึง
(Dragline)

โครงสร้างของรถขุดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

1. ส่วนบนหรือส่วนที่หมุน (Revolving Superstructure) ซึ่งจะประกอบด้วยเครื่องยนต์ ส่วนของระบบถ่ายทอดกำลัง ระบบควยคุมการทำงานของอุปกรณ์และห้องพนักงานขับเคลื่อน
2. ส่วนที่สองก็คือส่วนที่รองรับส่วนที่ (Mounting Or Travel Unit) หมุนหรือส่วนที่ใช้ในการเคลื่อนที่ ซึ่งมีอยู่ 3 แบบ คือ
  • แบบรถบรรทุกล้อยาง (Rubber Tire Carrier Mountings)
  • แบบล้อยางที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (Rubber Tire Carrier Mounting Self-Propelled)
  • แบบตีนตะขาบ (Crawler Mounting)
3. ส่วนที่สามก็คือส่วนที่ทำงานขุดซึ่งติดตั้งเข้ากับส่วนบนหรือส่วนที่หมุน (Attachment) โดยทั่วไปก็จะประกอบด้วยแขน แขนต่อ และบุ้งกี๋ ตามลักษณะของการขุดตามที่อธิบายไว้

รายละเอียดของส่วนบน ส่วนที่รองรับ และที่ทำงานขุดตามรูป

โครงสร้างรถขุด
โครงสร้างของรถขุด
ส่วนประกอบรถขุด
ส่วนประกอบของรถขุดแบบตักเข้าหาตัวรถ

โครงสร้างรถขุด Read More »

รถขุด คือหนึ่งในเครื่องจักรกลหลักพื้นฐานในหลากหลายธุรกิจ
รถขุด คือหนึ่งในเครื่องจักรกลหลักพื้นฐานในหลากหลายธุรกิจ

รถขุดทำงานในงานก่อสร้าง

รถขุด รถขุดดิน ใช้ในงานขุดดิน ตักดิน ลอกคูคลองแม่น้ำ หรือเรียกว่า “รถแบคโฮ รถแมคโคร” ลักษณะการทำงานของรถขุด บังคับการใช้งานโดยการเคลื่อนไหวแบบมีคันเร่งและคันโยก ควบคุมอุปกรณ์เคลื่อนย้ายไปด้านข้างและด้านหน้า ซึ่งเป็นเครื่องจักรกลหนักที่ใช้สำหรับการก่อสร้างอีกประเภทหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายวัสดุ สามารถทำการขุดและตักแล้วเคลื่อนย้ายไปมา งานรื้อถอน เหมืองแร่ การขุดลอกแม่น้ำ คูคลอง หรือบ่อน้ำ ฯลฯ

รถขุด โดยทั่วไปจะมีแขนยื่นบุ้งกี๋หรือที่จับออกไปเพื่อขุดหรือตัก และจะหมุนส่วนบนของตัวรถไปยังตำแหน่งที่ต้องการ แล้วก็จะเทวัสดุออกจากบุ้งกี้หรือที่จับ ส่วนด้านล่างของตัวรถที่ส้มผัสกับพื้นจะไม่เคลื่อนย้ายสำหรับการทำงานแต่ละวงจร
รถขุด Hyundai
รถขุด Hyundai
รถขุด JCB
รถขุด JCB
รถขุด cat
รถขุด Caterpillar
รถขุด caterpillar
รถขุด Caterpillar

ในการขับเคลื่อนด้วยล้อรถขุดมี 2 แบบ คือ

  • รถขุดล้อยาง (Wheel excavator)
  • รถขุดตีนตะขาบ (Crawler excavator)

รถขุด (Excavator) ประเภทการขุดตัก

นิยมแบ่งเป็นแบบต่างๆ ตามลักษณะของการขุดตักโดยแบ่งออกเป็นรถขุดตักแบบตักเข้าหาตัวรถหรือตักตามลักษณะการทำงาน
  • รถขุดตักแบบจอบ (Hoe)
  • รถขุดตักแบบตักออกจากตัวรถหรือตักตามลักษณะการทำงานของพลั่ว (Shovol)
  • รถขุดตักแบบคีบ (Clamshell)
  • รถขุดตักแบบลากดึง (Draglie)

รถขุดทำงานในงานก่อสร้าง Read More »

ประเภทของเครน แต่ละประเภท
ประเภทของเครน แต่ละประเภท

ประเภทรถเครน ที่นิยมในงานก่อสร้าง

ประเภทรถเครนที่ใช้ในไซต์งานก่อสร้าง หรือเรียกว่า เครน ที่ใช้ในงานก่อสร้าง หากพูดถึงรถเครนแล้ว มีการใช้งานมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นเครื่องจักรกลหนักที่ใช้สำหรับงานการก่อสร้างมานับพันปี ตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ เครนมีหลากหลายประเภท (แบบเคลื่อนที่และคงที่แบบติดตั้ง) และลักษณะการใช้งาน

เครนเคลื่อนที่ (Mobile Cranes)

รถเครนมีทั้งเครนตีนตะขาบและรถเครนล้อยาง ใช้งานได้อย่างคล่องตัว มีความสามารถใช้งานได้ทั้วบริเวณรอบไซต์งานก่อสร้าง จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

เครนยกพื้น เครนดาดฟ้า

1. เครนยกพื้น (Carry Deck Crane)

เครนยกพื้น เครนดาดฟ้า พัฒนามาจากเครนแบบเก่า มีขนาดเล็ก 4ล้อหมุนได้ 360 องศา สำหรับการเคลื่อนที่แบบหมุนวนและแบบไม่ต่อเนื่อง เคลื่อนที่ได้ในพื้นที่แคบ เหมาะกับใช้งานในไซต์งานหลายแห่ง

เครนตีนตะขาบ

2. เครนตีนตะขาบ (Crawler Crane)

เครนตีนตะขาบ มีล้อลักษณะยาวรีและมีบูมสาน (Lattices Boom) อีกชั้น ความหนักของล้อ เหมาะกับการบดอัดพื้นที่ ไม่ติดหล่มง่าย มีกำลัง ลักษณะงานเน้นปรับพื้นที่ ไม่นิยมใช้เครนตีนตะขาบวิ่งระยะไกล เนื่องจากทำให้กลไกล้อเสียหายได้

เรือเครน เครนลอยน้ำ

3. เครนลอยน้ำ (Floating Crane)

เรือเครนหรือเครนลอยน้ำ ใช้สำหรับงานโครงการในทะเล เช่น ท่าเรือ แท่นขุดเจาะน้ำมัน มีประวัติใช้งานมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ช่วงยุคกลาง และพัฒนาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

เครนแบบราฟเตอเรน

4. เครนแบบราฟเตอเรน (Rough Terrain Crane)

เครนภูมิประเทศหยาบ เครนล้อยางเหมือนทรัคเครนแต่ตัวรถจะสั้นกว่า ถูกสร้างมาใช้งานที่เหมาะกับงานพื้นที่ขรุขระ ติดตั้งบูมยืดไสลด์และคันบังคับเพื่อปรับปรุงเสถียรภาพและทำให้การเคลื่อนย้ายสามารถจัดการได้ดีขึ้นในพื้นที่แคบและขรุขระ โดยรวม เครนประเภทนี้เป็นตัวกลางของรถเครนตีนตะขาบกับรถเครนแบบทรัคเครน คือ ทำงานหนัก พื้นที่บุกเบิก ไม่ติดหล่มง่าย เหมือนรถตีนตะขาบ แต่ไม่สมบุกสมบันเท่า ขับเคลื่อน 2 หรือ 4 ล้อ ข้ามจังหวัดก็ได้ แต่ไม่คล่องตัวแบบรถทรัคเครน

เครนใหญ่

5. เครนใหญ่ ( All Terrain Cranes)

รถเครนใหญ่ รวมคุณสมบัติที่ผู้ใช้ต้องการ วิ่งได้เร็ว ใช้งานในพื้นที่ขรุขระ สมบุกสมบัน ซึ่งเครนใหญ่กว่าเครนแบบราฟเตอเรน มีล้อมากกว่า แต่ติดปัญหาเรื่องการเลี้ยวมุมแคบ

รถบรรทุกติดเครน

6. รถบรรทุกติดเครน (Truck-mounted Crane)

รถบรรทุกติดเครนหรือรถเฮี๊ยบ ประกอบด้วยสองส่วนคือส่วนบรรทุก (รถบรรทุก) และบูม (แขน) ติดตั้งตัวถ่วงน้ำหนักและขากรรเชียงเพื่อการทรงตัวทำให้เคลื่อนที่ได้ช้าในขณะที่รับน้ำหนักมาก มีความโดดเด่นสามารถขับเคลื่อนตามท้องถนนได้ สามารถวิ่งระยะทางไกลๆได้

เครนคงที่ (Fixed Cranes)

มีการติดตั้งที่สถานที่หรือจุดเดียวและส่วนใหญ่จำเป็นต้องนำเข้ามาและประกอบที่ไซต์งานของโครงการ ขาดความคล่องตัว แต่สามารถยกน้ำหนักได้มากกว่าและยกได้สูงมากกว่าเครนเคลื่อนที่

เครนสะพาน เครนเหนือศีรษะ

7. เครนสะพาน / เครนเหนือศีรษะ (Bridge/Overhead Crane)

เครนสะพานหรือเครนเหนือศีรษะ รองรับด้วยคานเหล็กสองอันที่คร่อมภาระงานโดยที่รอก (กลไกการยก) เคลื่อนที่ไปตามส่วนสะพานของเครน

เครนเหนือศีรษะมีสองประเภทย่อย ได้แก่

  • เครนขาสูง (Gantry Crane)

    การทำงานคล้ายกับเครนรางเลื่อนทั่วไป ส่วนที่ต่างออกไปคือมีรางวิ่งเพียงรางเดียว

  • เครนติดผนังหรือเครนแบบบูมสวิง (Jib Cranes)

    ส่วนมากจะถูกติดตั้งคันบูมไว้กับโครงสร้างหลักของอาคาร เครนตั้งเสายื่นแขน มีความเหมาะสมใช้สำหรับงานยกวัตถุงาน หรือ สินค้าเฉพาะพื้นที่รอบรัศมี ความยาวของวงแขนที่ยื่นหมุนของชุดเครน ส่วนมากเผ็นเครนขนาดเล็ก ยกได้ไม่เกิน 10 ตัน

เครนขนถ่ายจำนวนมาก

8. เครนขนถ่ายจำนวนมาก (Bulk-handling Crane)

สำหรับงานขนย้ายวัสดุจำนวนมาก เช่น ถ่านหินหรือแร่ธาตุ

เครนหัวค้อน

9. เครนหัวค้อน (Hammerhead Crane)

เครนหัวค้อน มักใช้กันมากในโครงการก่อสร้าง เคลื่อนที่ไปข้างหน้าและถอยหลังในแนวนอนตามแขนเครน เครนประเภทนี้มีน้ำหนักมากใช้ในไซต์งาน

รถยกเครน

10. เครนยกของ (Stacker Crane)

เครนยกของ มีกลไกเหมือนรถยกและได้รับการออกแบบมาเพื่อการจัดเก็บในคลังสินค้าเป็นหลัก

เครนพับได้

11. เครนพับได้ (Telescopic Crane)

เครนแบบยืดไสลด์ติดตั้งบูม (แขน) ที่ติดตั้งกระบอกไฮดรอลิกที่ช่วยให้สามารถเปลี่ยนความยาวได้เช่นเดียวกัน

ทาวเวอร์เครน

12. ทาวเวอร์เครน (Tower Crane)

ทาวเวอร์เครน นิยมใช้ในการก่อสร้างอาคารสูง เครนติดตั้งบนเสามีส่วนที่ยื่นออกมาในแนวนอนจากเสา (ส่วนของหอคอย) ซึ่งวางอยู่บนฐานคอนกรีต เป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายวัสดุที่มีน้ำหนักมาก

การเลือกเครนที่เหมาะสมกับลักษณะงาน

คุณต้องพิจาณาลักษณะรายละเอียดโครงการทั้งหมดก่อน แล้วคุณจะสามารถระบุได้ว่าคุณจะต้องใช้งานเครนประเภทใดเพื่อให้งานก่อสร้างประสบความสำเร็จ ในทางปฏิบัติงานก่อสร้างทุกประเภทจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายวัสดุที่มีน้ำหนักมากดังนั้นการมีเครนในมือจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในการใช้เครนอย่างปลอดภัยและถูกต้อง อย่างไรก็ตามผู้ควบคุมและผู้ส่งสัญญาณจะต้อง “มีคุณสมบัติที่กำหนด” เท่านั้นจึงจะสามารถทำงานได้

ประเภทของเครน Read More »

error: Copyright of MixxMachinery.